Rectifier Cercuit
   
 

การแปลงไฟกระแสสลับให้เป็นไฟกระแสตรงนั้นเขาเรียกว่าการเร็กติไฟร์ (Rectifier) จำเป็นต้องรู้หลักการเบื้องต้นก่อน
อุปกรณ์หลักๆ พระเอกในวงจรก็จะมีหม้อแปลง (Transformer) และตัวตัดกรองคลื่นหรือไดโอด (Diode) เป็นตัวเริ่มต้น ก่อนที่จะมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์พวกตัวเก็บประจุ หรือ Capacitor, Semi-conductor และตัวอื่นๆเข้าไปเพื่อจัดกระแสไฟให้เป็นไปตามต้องการ

  การแปลงไฟฟ้ากระแสสลับให้เป็นกระแสตรงโดยหลักๆ แล้วจะมี 3 รูปแบบ ได้แก่
  (1) Halfwave Rectifier หรือ แบบครึ่งคลื่น
  (2) Fullwave Rectifier หรือ แบบเต็มคลื่น ใช้หม้อแปลงแบบ Center Tab โดยกำหนดจุดแท็บกลางของหม้อแปลงเป็นหลัก
  (3) Bridge Rectifier เป็นแบบเต็มคลื่นอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน แต่ไม่ใช้หม้อแปลงแบบ Center Tab
รูปที่ 1
รูปที่ 2
 

        รูปที่ 1 และ 2 เป็นการแสดงให้เห็นทิศทางการไหลของไฟสลับผ่านหม้อแปลง ให้เราเข้าใจกันนะว่า ไฟกระแสสลับ ก็คือการเปลี่ยนสลับ หรือผลัดกันไหลระหว่างขั้วบวก (+) กับขั้ว (-) ผ่านขดลวดทางปฐมภูมิ (Primary)
และเมื่อแปลงออกไปทางขดลวดทุติยภูมิ (Secondary) จะได้ทิศทางออกตรงกันข้าม หรือเรียกว่าต่าง เฟส 180?
คือว่าในช่วงแรกที่ด้านขาเข้าคลื่นค่าลบ (-) ไหลผ่านขดลวด ขาออกก็จะแปลงออกมาเป็นคลื่นค่าบวก (+) และก็เช่นเดียวกันเมื่อค่าบวก (+) เข้า ก็จะออกมาเป็นค่าลบ

   
 
 
   
 
รูปที่ 3
 

                รูปที่ 3 รูปนี้มีการต่อไดโอดเข้าทางด้าน Secondary เพื่อดักกรองเอาคลื่น (Wave) ไว้ใช้งาน โดยคุณสมบัติของ Diode จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวมันเองได้ทางเดียวเท่านั้น

  รูป A ในช่วงเวลาแรกคลื่นลบ (-) ไหลผ่านขดลวดขาเข้า ขาออกก็จะเป็นคลื่นบวก (+) ไหลผ่านไดโอดไปทางปลายลูกศร ผ่าน R ซึ่งทำหน้าที่เป็น Load มาครบรอบวงจรอีก ด้านหนึ่งของหม้อแปลง ในเวลาถัดมา รูป B. คลื่นค่าบวก (+) ไหลผ่านลวดขาเข้า ทางลวดขาออกก็จะเป็นคลื่นค่าลบ (-) ไหลผ่าน R แต่ถูกไดโอด (Diode) กั้นไว้ผ่านไม่ได้ คลื่นไม่ครบวงจร แสดงค่าคลื่นด้านลบ (-) ถูกตัดทิ้งไป
  ในรูป C แสดงให้เห็นการไหลของ กระแสไฟถัดกันสามช่วงเวลาจะได้คลื่นด้านบวกที่ไล่เรียงกันแต่ขาดหายไปหนึ่งช่วงคลื่น วงจรนี้เรียกว่าวงจร Halfwave Rectifier หรือครึ่งคลื่น จะมีความไม่สม่ำเสมอของคลื่นที่เกิดขึ้นหรือที่เรียกว่ามีริพเพิ่ล (Ripple) ค่อนข้างสูงมากๆ จากที่เป็นการจ่ายไฟในลักษณะที่เป็นพัลส์ (Pulse)
   
 
รูปที่4
 

รูปที่ 4 วงจรนี้เรียกว่า Fullwave Rectifier ใช้ Transformer แบบ Center Tab ต่อเข้ากับ Diode 2 ตัว วงจรนี้เรียกว่าวงจร Fullwave Rectifier คำว่า Full ความหมายก็คือ “เต็ม” ซึ่งจะมากกว่าคำว่า half ซึ่งแปลว่า “ครึ่ง”

  จากรูป A เมื่อมีการไหลของกระแสไฟฟ้าในคลื่นซีกลบ (-) ผ่านขดลวดหม้อแปลงด้าน Primary ทางด้าน Secondary ซีกบนก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลออกผ่าน D1 ผ่าน R มาครบรอบวงจรที่ CT (Center Tab) ในเวลาถัดมา
  รูป B ด้าน Primary คลื่นซีกบวก (+) ไหลผ่านขดลวด ก็จะเกิดกระแสไฟทาง Secondary ในลักษณะสวนทางเหมือนในรูปที่ 2 คือไหลไปทางด้านล่างผ่าน D2 ผ่าน R ครบรอบวงจรที่ CT
  เราจะเห็นได้ว่าการทำงานของ Diode จะผลัดกันทำงาน และไม่ได้สูญเสียคลื่นทั้งสองจังหวะการไหลของกระแสทั้ง 2 เวลา ผลจึงได้ลูกคลื่นด้านบวก (+) ถัดกันไม่สูญหายเหมือนวงจรรูปที่ 3 จึงเรียกได้ว่า ได้ผลออกมาเป็นสองเท่าหรือเต็มคลื่น (Fullwave) นั่นเอง
   
 
รูปที่ 5
  รูปที่ 5 วงจรนี้เรียกว่า Bridge Rectifier เป็นวงจรในลักษณะ Fullwave แต่ใช้ Transformer ที่ไม่มี CT เช่นเดียวกันกับที่ใช้ในวงจร Halfwave ต่อร่วมกับ Diode 4 ตัว โดยต่อไว้ในลักษณะเป็นรูปสี่มุม โดยขา A ประจบกันหนึ่งมุม และขา K ประจบกันหนึ่งมุม และต่างขากันนั่นคือ K กับ A ต่อกันไว้ 2 มุม
 

                การไหลของกระแสไฟให้ย้อนไปดู รูปที่ 3 กับรูปที่ 4 ประกอบกัน การใช้ไดโอด 4 ตัว เป็นการแก้ไขในเรื่องการใช้ทรานสฟอร์เมอร์ โดยไม่ต้องใช้แบบเซ็นเตอร์แท็บ แต่สามารถทำให้เป็นฟูลเวฟเร็กติกไฟร์ได้นั่นเอง